ทำสีรถไฟฟ้า EV ต่างจากรถสันดาปยังไง — สิ่งที่อู่ต้องปรับตัวก่อนรับงาน
งานสีรถยนต์ · อ่าน 15 นาที · โดยทีมเทคนิค Pacific R.S.K. — ผู้เชี่ยวชาญวัสดุขัดตั้งแต่ปี 1990
เผยแพร่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:15 น.

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมารถยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้าตลาดไทยเร็วมาก ทั้ง BYD, MG, Tesla และอีกหลายแบรนด์จีนที่เข้ามาทำตลาดหนัก อู่หลายแห่งเริ่มรับงานซ่อมตัวถังและทำสีรถ EV โดยใช้ขั้นตอนเดิมทุกอย่างเหมือนรถสันดาปที่คุ้นเคย เพราะคิดว่าต่างกันแค่ใต้ฝากระโปรง ทั้งที่ความจริงมีจุดต่างที่กระทบทั้งความปลอดภัยของช่างและวิธีซ่อมโดยตรง
ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดและมองข้ามไม่ได้เลยคือเรื่องไฟฟ้าแรงสูง เพราะรถ EV ทุกคันมีระบบแบตเตอรี่แรงดันสูงมากที่ต่างจากระบบไฟ 12 โวลต์ในรถสันดาปโดยสิ้นเชิง
ความปลอดภัยไฟฟ้าแรงสูง — เรื่องสำคัญที่สุดก่อนแตะตัวถังเลย
แบตเตอรี่รถ EV ทำงานที่แรงดันไฟราว 300-800 โวลต์ ก่อนทำงานตัดเจียร เชื่อม ขัด หรืองานที่มีแรงสั่นสะเทือนสูงใกล้บริเวณแบตเตอรี่ ช่างต้องปฏิบัติตามขั้นตอนตัดไฟแรงสูงเฉพาะของรถรุ่นนั้น ๆ ก่อนเสมอ ลำดับทั่วไปที่ใช้กันคือถอดขั้วแบตเตอรี่ 12 โวลต์ก่อน (ป้องกันระบบควบคุมสั่งต่อวงจรไฟแรงสูงกลับมาเอง) แล้วจึงถอดหรือเปิดสวิตช์ตัดวงจรไฟแรงสูง (Service Disconnect) ที่ผู้ผลิตติดตั้งไว้ ซึ่งตำแหน่งต่างกันไปในแต่ละรุ่น พร้อมต้องเช็คให้แน่ใจว่ารถไม่ได้เสียบชาร์จอยู่ เพราะการเสียบชาร์จสามารถทำให้ระบบไฟแรงสูงกลับมาทำงานได้แม้ตัดวงจรไปแล้ว
วัสดุตัวถัง — อะลูมิเนียมเยอะขึ้น เพื่อชดเชยน้ำหนักแบตเตอรี่
แบตเตอรี่เป็นชิ้นส่วนที่หนักที่สุดในรถ EV ผู้ผลิตหลายเจ้าจึงเลือกใช้อะลูมิเนียมในโครงสร้างตัวถังมากขึ้นเพื่อชดเชยน้ำหนักส่วนนี้และรักษาระยะทางวิ่งต่อการชาร์จให้ได้ไกลที่สุด บางรุ่นใช้อะลูมิเนียมทั้งโครงตัวถังส่วนหน้า บางรุ่นใช้เฉพาะฝาครอบแบตเตอรี่ อู่ที่รับงาน EV จึงเจองานอะลูมิเนียมบ่อยขึ้นกว่าเดิมมาก การขัดเตรียมผิวอะลูมิเนียมมีข้อควรระวังต่างจากเหล็กชัดเจน (อ่านรายละเอียดเทคนิคขัดอะลูมิเนียมเต็ม ๆ ได้ในบทความ "ขัดอะลูมิเนียม ข้อควรระวัง" ของเรา)
การเชื่อมต่อโครงสร้าง — กาวโครงสร้างและหมุดย้ำ แทนจุดเชื่อมแบบเดิม
หลายรุ่นเปลี่ยนจากการเชื่อมจุด (Spot Weld) แบบดั้งเดิมมาใช้กาวโครงสร้างร่วมกับหมุดย้ำในจุดเชื่อมต่อสำคัญ โดยเฉพาะจุดต่อระหว่างอะลูมิเนียมกับเหล็กที่เชื่อมด้วยความร้อนโดยตรงไม่ได้ (โลหะต่างชนิดเชื่อมกันมีปัญหากัดกร่อนจากปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมี) การซ่อมจุดเหล่านี้จึงต้องอ้างอิงคู่มือซ่อมเฉพาะรุ่นของผู้ผลิตเสมอ ห้ามสันนิษฐานว่าจุดต่อทุกจุดเปลี่ยนเป็นเชื่อมจุดใหม่ได้เหมือนรถสันดาปทั่วไป
น้ำหนักรถที่มากขึ้น — กระทบอุปกรณ์ยกและซ่อมตัวถัง
รถ EV มักหนักกว่ารถสันดาปรุ่นใกล้เคียงกันหลายร้อยกิโลกรัมจากน้ำหนักแบตเตอรี่ อู่ที่รับงาน EV ควรตรวจสอบพิกัดน้ำหนักของแท่นยกและอุปกรณ์ดึงตัวถังว่ารองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นได้จริง แท่นยกบางรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับรถ EV โดยเฉพาะจะเว้นช่องกลางแท่นยกให้กว้างขึ้น เพื่อไม่ให้ส่วนของแท่นไปกดทับโดนแผงแบตเตอรี่ใต้ท้องรถโดยไม่ตั้งใจ
ตำแหน่งแบตเตอรี่ใต้ท้องรถ — งานพื้นท้องรถ/ธรณีประตูต้องระวังเป็นพิเศษ
รถ EV เกือบทุกรุ่นวางแบตเตอรี่เป็นแผงแบนอยู่ใต้พื้นท้องรถ ทำให้บริเวณธรณีประตู พื้นท้องรถ และจุดกระแทกด้านข้างกลายเป็นจุดเสี่ยงสูงสุดที่งานซ่อมอาจไปกระทบฝาครอบแบตเตอรี่โดยไม่รู้ตัว งานซ่อมบริเวณนี้ต้องอ้างอิงขั้นตอนเฉพาะรุ่นของผู้ผลิตทุกครั้ง บางรุ่นถึงกับกำหนดขั้นตอนตรวจสอบการรั่วของฝาครอบแบตเตอรี่หลังซ่อมเสร็จก่อนส่งมอบรถคืนลูกค้าด้วยซ้ำ — เป็นรายละเอียดที่งานซ่อมตัวถังรถสันดาปไม่เคยต้องคำนึงถึง
ตลาด EV ไทยกำลังโตเร็ว — ทำไมอู่ต้องเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้
ยอดขายรถ EV ในไทยเติบโตเร็วมากในช่วงที่ผ่านมา แบรนด์จีนครองส่วนแบ่งตลาด EV ส่วนใหญ่ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อู่ทำสีที่ยังไม่เคยรับงาน EV เลยควรเริ่มศึกษาและเตรียมความพร้อมตั้งแต่ตอนนี้ เพราะจำนวนรถ EV ที่ต้องเข้าซ่อมหลังอุบัติเหตุจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนรถ EV บนถนนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในไม่กี่ปีข้างหน้า
สรุป
อู่ที่จะรับงานทำสี/ซ่อมตัวถังรถ EV ควรลงทุนอบรมความปลอดภัยไฟฟ้าแรงสูงให้ช่างก่อนเป็นอันดับแรก และเตรียมความพร้อมเรื่องเครื่องมือขัดอะลูมิเนียมและอุปกรณ์ยกที่รองรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น ทางร้านมีกระดาษทรายและวัสดุขัดที่เหมาะกับงานอะลูมิเนียมซึ่งพบมากขึ้นในรถ EV พร้อมให้คำปรึกษาการเตรียมอู่ให้พร้อมรับงาน EV ได้ฟรี
หรือแอด LINE @191miiqs — ตอบทุกข้อความในเวลาทำการ
